[VD] David 001 : Six feet under

posted on 28 Jan 2012 16:20 by greyone  in story  directory Fiction

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

.

.

.

.

 

 

David 001 : Six feet under

 

 

 

 

ผ้าเช็ดหน้าถูกส่งต่อๆกัน ไม่ใช่เพราะความเศร้าเสียใจต่อผู้ที่จากไป แต่เป็นอากาศร้อนที่เผาเกรียมไปจนถึงรูขุมขน

เดวิดนั่งนิ่งอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีดำที่ยังจัดว่าค่อนข้างแห้งสนิท ชายหนุ่มเป็นแอนลิงค์โดยกำเนิด เขาคิดว่าเป็นโชคที่ยีนส์ไร้ขุมขนของชาวแอนลิงค์ได้ถ่ายทอดมาถึงตัวเขา เขาไม่ร้อนง่าย และไม่หนาวง่าย เขาชินกับวันที่ร้อนจัด และกลางคืนที่เย็นจัด ชินกับการไปงานศพเดือนละหนึ่งหน ด้วยสาเหตุการตายอันหลากหลายแต่เห็นอยู่ดาษดื่นในหน้าหนังสือพิมพ์

 

ในรัฐที่อยู่กลางทะเลทรายเช่นนี้ สุสานกลับดูร่มรื่น และเขียวชอุ่ม มีไม้ยืนต้นให้ร่มเงา และพื้นที่กว้างขวางจนมองไม่เห็นถนนอีกฝั่ง มันเป็นภาพลักษณ์ของสุสานทั่วไป สงบเงียบและน่าพักผ่อนอย่างกับสวนสาธารณะดีๆ แม้ว่าในบางเดือนโบสถ์จะไม่มีงบมากพอที่จะให้น้ำต้นหญ้าอย่างทั่วถึงจนเกิดเป็นหย่อมดินปนทรายกระจายอยู่ทั่วไป

เดวิดพ่นทรายออกจากปาก ขณะที่บางคนเริ่มเอ่ยคำอำลาอย่างพอเป็นพิธี

 

“...ขอบคุณคริสโตเฟอร์สำหรับนมสดดีๆทุกเช้าที่ทำให้ซีเรียลของเราสมบูรณ์แบบ...”

 

มีเสียงปล่อยโฮดังมาจากแถวหน้า เดวิดใช้เวลานั้นเหลือบมองป้ายหินเพื่อดูชื่อผู้ตาย

เดวิดไม่ได้รู้จักอะไรกับชายรายนี้เป็นการส่วนตัว เขาจำหน้าผู้ตายได้เลือนลางเพราะเข้าร้านสายเกินเวลาส่งนม กะเช้ามักเป็นเวลาของแซคคารี่ เพื่อนและเจ้าของธุรกิจร่วมกัน เดวิดรู้จากคำบอกเล่าของแซคคารี่ก็แค่ว่าคนส่งนมเป็นชายร่างสูงโย่งราวเสาไฟ ก็เท่านั้น

 

มันเหมือนเป็นธรรมเนียมของคนแถบนี้ที่ไปร่วมงานศพของคนที่รู้จักประเดี๋ยวประด๋าว เพื่อแสดงไมตรีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หาไม่แล้ว งานศพในแอนลิงค์คงจะเต็มไปด้วยที่นั่งว่างเปล่า มีบาทหลวงยื่นโด่เด่ และสับปะเหร่อที่รอกดปุ่มบนพื้นข้างโลงเพื่อหย่อนผู้ตายสู่ที่พำนักสุดท้าย

และหากนับยอดรวมของศพไร้ญาติในเมืองนี้ มันคงกินพื้นที่เกินครึ่งหนึ่งของสุสาน

 

ชายหนุ่มถอนใจดังเฮือก

 

จบการกล่าวคำไว้อาลัยอันสั้นห้วนและแสนจะไม่มีคุณค่าต่อจิตใจ พวกเขาปล่อยให้บาทหลวงรับหน้าที่ต่อ

เดวิดวางดอกไม้บนโลง ขณะที่ผู้คนเริ่มทยอยออกจากงาน พิธีเสร็จสิ้น ไม่มีใครอยู่รอจนศพเคลื่อนย้ายลงสู่หลุมดินที่ตระเตรียมไว้นอกเสียจากญาติสนิทใกล้ชิด เดวิดนึกนิยมชมชอบสัปปะเหร่อรายนี้เป็นพิเศษที่ไม่เร่งหย่อนโลงเร็วเกินเวลาอันควร ในหลายๆงานพวกเขาดูเหมือนจะมองว่าการอยู่รอญาติผู้ตายที่อาจจะมีตัวตนหรือไม่มีก็ได้นั้นเป็นเรื่องเสียเวลา และเวลาของพวกเขาก็ล้ำค่า

 

คนตายเยอะ และนั่นหมายถึง โชค เงิน และ ธุรกิจ

 

สุภาพสตรีที่นั่งอยู่แถวหน้ายังคงสะอึกสะอื้น เมื่อตำรวจสองนายมาถึง หล่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูงจนเขาต้องเงยหน้ามอง

 

“ดูสิว่าคนพวกนี้ยังจำชื่อเขาไม่ได้เลย เขาชื่อคริสเตียน คริสเตียน! ฉันเป็นคนตั้งชื่อเขาเอง และเขาก็เป็นคริสเตียนที่ดี! ฉันไม่เชื่อเรื่องที่พวกคุณกล่าวหา มันจะเป็นไปได้ยังไง เขาไม่เคยสูบบุหรี่ด้วยซ้ำ”

 

“แต่ผลชันสูตรบอกว่าสาเหตุการตายคือมีสารเสพติดมากเกินขนาดนะครับคุณนาย”

 

“อย่าพูดคำว่าตายกับฉันนะ! วันนี้ฉันได้ยินคำๆนี้มามากเกินพอแล้ว เขาไม่เคยแม้แต่จะดื่มชา หรือกาแฟ หรือ...” หล่อนขึ้นเสียง แล้วเริ่มสะอึกสะอื้น

 

ตำรวจสองนายมองกันเลิกลั่ก ก่อนที่จะพากันตะปบหาผ้าเช็ดหน้าตามตัว สิ่งที่ดีที่สุดหนึ่งในนั้นจะหาได้คือทิชชูจากร้านเบอร์เกอร์ที่มีกลิ่นชีสติดมานิดหน่อย เขายื่นให้หล่อน หวังให้หล่อนรับไปซับน้ำตา แต่หล่อนกลับรับไปสั่งน้ำมูก ก่อนที่เขาจะโอบไหล่ที่สั่นกระตุกฮึกฮักไปหาม้านั่งเพื่อสงบสติอารมณ์

 

เดวิดเดินไปสมทบตำรวจอีกคน เร็วพอทีจะได้ยินเสียงถอนใจพลางส่ายหน้าอย่างหน่ายๆ ตำรวจอีกนายไม่ได้สูงห่างจากตัวเขาไปสักเท่าไหร่ แต่มีหุ่นหนาเหมือนโกไลแอท

 

“เฮ้” เขาเอื้อมมือไปตบบ่าอีกฝ่าย ตำรวจนายนั้นหันกลับมา แล้วส่งยิ้มห่อเหี่ยว

“เดฟ” อีกฝ่ายพยักหน้า

“ดูแลคดีนี้หรือฮู้ด”

“ทำนองนั้น ดูเถอะ กี่งานแล้วที่ฉันจะต้องมานั่งตากแดดเพื่อจะหาทางที่นุ่มนวลที่สุดเพื่อบอกเจ้าภาพว่าญาติ หรือสามี หรือลูกของเขาตายด้วยเหตุอะไร ว่าแต่นายเห็นเจ้าหน้าที่สืบสวนมาสักคนไหม”

“เห็นสักคนไหมล่ะ”

“ไม่”

“ก็นั่นล่ะ”

 

ฮู้ดยังคงเป็นฮู้ด เจ้าคนที่ทื่ออย่างกับไม้บรรทัด แต่จิตใจดีอย่างกับเทวดา แม้กระบวนการคิดจะทึ่มๆไปบ้าง แต่ฮู้ดมีเจตนาดีต่อผู้อื่นเสมอ ต่อให้เจ้าหน้าที่สืบสวน หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนไหนมางาน เดวิดก็ไม่คิดว่าสุภาพสตรีรายนั้นจะถูกปฏิบัติอย่างถนอมน้ำใจนัก

เดวิดทราบจากเสียงซุบซิบข้างตัวว่าสภาพศพในตอนแรกไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดี ภายหลังจากคริสเตียนอัดยาเกินขนาด เขานอนตายอยู่ตรอกซึ่งบังเอิญเป็นย่านที่โสเภณีชายออกมานวยนาดอวดสินค้า สภาพศพร่างกายเปลือยเปล่า เหมือนข้อความที่เว้นช่องว่างให้ผู้คนต่อเติม

 

“รู้กันสองคนนะ แต่ดูจากรูปการณ์ฉันคิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น”

 

เดวิดสอดมือเข้ากระเป๋ากางเกง ทั้งสองเดินตัดสนามหญ้าเขียวชอุ่ม แม้ว่ามันจะมีป้ายติดไว้ว่า ‘ห้ามเหยียบหญ้าใหม่’

 

“ไม่ใช่ว่าได้ยาเกินขนาด?”

 

“ฐานะทางการเงินของคริสเตียนไม่ค่อยดี มีคนเคยเห็นเขาเข้าโรงรับจำนำอยู่เนืองๆ”

 

เดวิดยักไหล่ ไม่พูดอะไรอีก แม้จะรู้ว่าฮู้ดอยากจะพูดถึงเรื่องนี้มากแค่ไหน พ่อของฮู้ดเป็นตำรวจที่เที่ยงตรงเช่นเดียวกับบุตรชาย แต่ตำรวจที่รู้จักแต่การเดินตรงๆจะอยู่ได้อย่างไรในเมืองที่ซอกแซก เดวิดรู้ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ คดีคนหายมากมายอาจพบเงื่อนงำนับล้านเป็นกองกระดูกในทะเลทราย หากจะมีใครหามันเจอ และในบางวันพวกเขาอาจจะเดินกระทบไหล่กับฆาตกรต่อเนื่องถึงสองคนในวันเดียวกันก็เป็นได้

สิ่งที่พวกเขาควรทำคือนิ่งเฉย ตราบใดที่คนเหล่านั้นไม่ได้เป็นภัยต่อตัวเอง บางครั้งความอยากรู้อยากเห็นอาจเป็นภัยกับตัวยิ่งกว่า หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นยังมีเพียงข่าวซุบซิบดารา มากเสียยิ่งกว่าข่าวการเมือง หรือข่าวฆาตกรรม และพาดหัวข่าวเกินครึ่งหนึ่งก็ดูจะเป็นข่าวมรณกรรมมากกว่าอย่างอื่น

 

“จะไปฮันนีมูนเมื่อไหร่” เดวิดถามดื้อๆ

“ไอ้บ้า ยังไม่ทันแต่ง จะให้ไปไหน” ฮู้ดแสดงสีหน้ารังเกียจ เลยเนินนี้ไป รถตำรวจจอดเรียงอยู่ใต้ร่มไม้  เขาควานหากุญแจรถ แต่ไม่วายชะงัก เงยหน้ามองเดวิดแล้วส่ายหัวโตๆนั่นอย่างระอา

 

ในย่านที่เดวิดและฮู้ดเติบโตมา ทุกคนรู้จักหน้าค่าตาและจดจำชื่อของกันและกันได้ไม่เว้นแม้กระทั่งความลับคับเป้า เหมือนที่ฮู้ดรู้เรื่องทุกเรื่องของเขา แม้ว่าเดวิดจะจากลาย่านนั้นมานานนับปี เขาคาดหวังว่าเดวิดจะรู้เรื่องทุกเรื่อง  ข่าวการหมั้นฟ้าแลบของฮู้ดเป็นที่ฮือฮา กระจายไปไกลถึงกรมตำรวจ แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าเพื่อนคนนี้กลับเป็นคนที่ไม่เสียเวลาใส่ใจอะไรเลย

 

 “ร้อนเป็นบ้า” เจ้าคนร่างยักษ์บ่นอุบ พอขึ้นรถก็สตาร์ทเครื่อง เปิดแอร์ ขณะที่เดวิดแทรกตัวเข้าครอบครองที่นั่งข้างคนขับ เขาคว้ากาแฟในรถมาจิบ เอนหลังพิงพนักเอกเขนก ก่อนจะเด้งตัว ลุกมาเปิดหน้าต่างแทบไม่ทัน

 

เขาถุยกาแฟทิ้ง

 

“นี่มันอะไร!”

ฮู้ดยักไหล่

“ดีแคฟ ฉันตั้งใจจะเลิกให้ได้ก่อนงานแต่งงาน”

“ฉันว่าแฟนนายคงไม่ถือ” เดวิดเอาหลังมือเช็ดปาก ก่อนจะพบว่ามีทิชชู่จ่อหน้า เขากระตุกมันออกจากมืออีกฝ่าย กลิ่นเบอร์เกอร์ลอยมากระทบจมูก

 

“ได้ข่าวว่ากลับมาเรียนแล้วหรือเดฟ”

“ปีสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่จบปีนี้ก็คงโดนไล่ออก” เดวิดเอ่ยเรื่อยๆ

“เรียนให้มันจบๆไปน่ะดีแล้ว จะได้เจอกันบ่อยขึ้น”

“เป็นนักหนังสือพิมพ์อยู่ในเมืองแบบนี้ เจอกันอีกทีฉันคงกลายเป็นศพ”

“งั้นก็ไปทำนิตยสารแม่บ้าน”

 

เดวิดคว้ากาแฟที่เพิ่งวางอย่างรังเกียจ ขึ้นมาจิบใหม่อย่างเผลอตัว ทั้งที่จิบกาแฟ แต่เขากลับครุ่นคิดถึงรสทรายในปาก

 

“พ่อนายอยากให้นายได้ปริญญานะเดฟ เขาแค่อยากให้นายทำงานมีเกียรติ...”

“อย่างตำรวจน่ะหรือ” เดวิดหัวเราะหึหึ มันฟังดูเหมือนประชดประชันมากกว่าจะนึกขัน “ไม่ล่ะ”

 

ฮู้ดมองเพื่อนแล้วส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร เขารู้ว่าเดวิดทะเลาะกับพ่อจนบ้านแตก เสียงตะโกน สลับกับเสียงตวาดดังมาจากบ้านซิมเมอแมนน์จนถึงบ้านของเขา ไม่มีอะไรในคืนนั้นที่เป็นความลับเลย หลายคนได้ยินเสียงการวิวาทแทบทุกถ้อยคำ

ฮู้ดรู้มาว่าเพื่อนของเดวิดออกจากมหาวิทยาลัยแล้วมาเปิดไอริชผับ มันมีห้องว่างใกล้มหาวิทยาลัย เจ้าของเซ้งร้าน อุปกรณ์ทุกอย่างมีครบ ทำเลดี ขาดแต่คนลงทุนและการตัดสินใจที่รวดเร็ว เดวิดเห็นทำเลทองอันนั้น และเขาไม่ต้องใช้เวลาคิดเลยที่จะทิ้งมหาวิทยาลัย แล้วร่วมลงทุนกับเพื่อน

 

พ่อของเดวิดไม่เห็นด้วย เขาเห็นว่ามันเป็นงานที่ไม่น่าชื่นชมและมีความเสี่ยง เขาอยากให้เดวิดก้าวหน้า ขณะที่เดวิดพอใจกับการย่ำเท้าอยู่กับที่ หรือการก้าวเล็กๆที่ไม่รีบร้อน และไม่ต้องมีความรับผิดชอบมากนัก 

               

“วันนี้ไม่ได้เอารถมาหรือ”

“อยู่ที่อู่ มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ มันขโมยล้อไปทั้งคัน”

 

ฮู้ดทำหน้าพิลึก เช่นเดียวกับเดวิดก่อนหน้านั้น แทนที่จะยกมอเตอร์ไซค์ไปทั้งคัน มันกลับสนใจแค่ล้อแม็ก

               

“ให้ไปส่งไหม”

“ก็ดี”

               

เดวิดจิบกาแฟเรื่อยๆ เขามองกระจกข้างขณะที่รถเคลื่อนตัว แขกเหรื่อที่ยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ประปรายตามท้องถนน ทำให้เขานึกถึงมดดำที่เดินพล่านเมื่อเขาหยิบพุดดิ้งขึ้นราที่วางคาโต๊ะมาสามวัน

เหมือนที่ใครบางคนเคยพูด เราเห็นคุณค่าของคนๆนั้นว่าเป็นอย่างไรเมื่อเขาตาย ส่วนชีวิตของคริสเตียนมีค่าเท่าอาหารเช้าดีๆถ้วยหนึ่ง ไม่มีใครจะจดจำเขามากไปกว่าคนส่งนมตัวสูงโย่งที่จะวางขวดนมสองขวดไว้หน้าประตู ไม่มีใครจะจดจำแม้ชื่อของเขา พวกเขาจะซุบซิบกันสนุกปาก แต่จะไม่กล่าวถึงอีกเลยในวันพรุ่งนี้

               

เมื่อเดวิดหันหน้ากลับมามองถนน เขารู้สึกตัวช้าเกินไป

 

 

“นี่ไม่ใช่ทางกลับ...”

“นายลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้วันอะไร” ฮู้ดขัด เขาเอ่ยเรียบๆ

 

เดวิดปลดล็อค แล้วเปิดประตู

 

 ฮู้ดตะปบคอเสื้ออีกฝ่ายราวกับรู้ทัน รถเหวี่ยงไปมาตอนที่เขาดึงประตูปิด  เขาปล่อยคอเสื้ออีกฝ่ายหลังจากนั้น พวงมาลัยหักกลับในทันที ส่งผลให้ล้อแล่นเอี๊ยด ขณะที่หัวของเดวิดโขกเข้ากับกระจกรถดังปึง

เมื่อเดวิดกลับมานั่งตัวตรง เขาพบว่ากาแฟหายไปจากมือ มันกระเด็นกระดอนไปอยู่บนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ ทิ้งคราบน้ำ ความชื้น กับกลิ่นกาแฟชืดๆบนอกเสื้อของเขา

 

ฮู้ดทำหน้าเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“นายควรจะใช้เข็มขัดนิรภัยนะเดฟ”

.

.

.

.

 

 

 

สถานีตำรวจเปิดไฟสว่าง มีเสียงครึกครื้นดังมาจากด้านใน เดวิดก้มหน้าปัดกระดาษสีสันสดใสที่ลอยมาติดเสื้อ กลิ่นเบียร์ คละเคล้าไปกับกลิ่นไก่ย่างลอยมาแตะจมูก ทั้งๆที่โถงทางเดินเย็นเยียบ ปลายทางกลับดูสว่างไสวและอบอุ่น ช่างต่างไปจากความรู้สึกชายหนุ่มในเวลานี้เหลือเกิน

 

เดวิดนึกถึงคนส่งนม และโลงของเขา

 

ฮู้ดผลักหลังเดวิดด้วยแรงไม่น้อย ดันเขาเข้างานในทันทีที่ทั้งสองมาถึง เดวิดไม่มีแม้แต่เวลาที่จะสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งรอยนูนบนศีรษะ

 

หลายมือเอื้อมมาตบบ่าต้อนรับเขาเข้างาน ฮู้ดส่งเสียงทักทายเพื่อนฝูง ขณะที่เดวิดยืนอยู่ตรงนั้น

 

ท่ามกลางคนมากมาย เขารับรู้ตัวตนของพ่อจากหางตา เช่นเดียวกับที่พ่อรับรู้ตัวตนของเขา

 

 

 

แต่ทั้งสองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกเดียวกัน

 

 

 

 

…………………………………………

 

ไม่ได้เขียนนาน อาจจะอ่านตะกุกตะกักไปบ้างในบางช่วงขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะเคอะ orz

ช่วงนี้ดิฉันรู้สึกด้อยทางภาษาเขียนอย่างยิ่ง ในขณะที่ภาษาปากทำงานดีขึ้นทุกวันๆ ก๊ากกกก  ได้บริหารมากเป็นพิเศษ

ลูกชายคนไม่ใหม่ เปิดตัวในสไกป์ไปนาน แต่เพิ่งได้ลงตอนแรกประสาลูกเมียน้อย

โปรไฟล์จะตามมาเร็วๆนี้ฮ้า

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

= =,,
ได้อ่านหวิดแล้วในที่สุดดดดดด
//โดนเน่ยันออกนอกบล็อก

แอบจิ้นคุณตำรวจ
//โดนยันรอบสอง

จะรอตอนต่อไปนะ อฮิ

#1 By pandabaka on 2012-01-28 17:29

เดวิดเปิดตัวแล้วว :DDDD /โบกปอม ๆ

พวกเธออยู่ในย่านหมู่บ้านเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกันสิน้า/ วากัตตะ
ถึงจะดูปลอดภัย(?)แต่ถ้าวิถีชีวิตคนละแนวก็คงอึดอัดแหละ

บิ : ไว้เจอกานที่ผับ - -/

#2 By lili : bibi on 2012-01-28 17:39

เดวิดดดดดดดด XD
เย้เย ฟิคเปิดตัวมาแล้ว
อ่านมาทั้งตอน อีฟติดใจคำว่า 'ความลับคับเป้า' อะจ้ะ !//โดนถรีบ

(ปล.ไม่ตะกุกตะกักหรอกเน้)

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เมืองอย่างเป็นทางการค่ะ *ปูพรมแดง*

#3 By Blackie on 2012-01-28 17:44

insanity-san View my profile

Categories